ตัวอย่างการใช้งานบริการเช่าระบบโซลาร์เซลล์ | FCC (Thailand)
แนะนำเหตุผลที่บริษัทเลือกใช้บริการของ ITC ENEX และผลลัพธ์หลังการติดตั้ง
10 กรกฏาคม 2569
※เป็นเนื้อหาที่นำกลับมาเผยแพร่อีกครั้งจากที่เคยตีพิมพ์ใน 「Samurai Asia」
ผู้เขียน:กองบรรณาธิการ Samurai Asia
บริษัท FCC (Thailand) (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "FCC") เป็นบริษัทในเครือของ F.C.C. Co., Ltd. ผู้ผลิตคลัทช์สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยได้ดำเนินการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในโรงงานสองแห่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นบริการให้เช่าโดย ITC ENEX (Thailand) (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "ITC ENEX") โดยในบทความนี้จะพาไปรู้จักเหตุผลที่ FCC เลือกใช้บริการของ ITC ENEX และผลลัพธ์ที่ได้รับนับตั้งแต่เริ่มใช้งานระบบโซลาร์เซลล์
กลุ่ม FCC มุ่งมั่นในการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
F.C.C. Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดชิซูโอกะ) เป็นผู้ผลิตคลัทช์แบบครบวงจรตั้งแต่การพัฒนาวัสดุเสียดทานไปจนถึงการประกอบคลัทช์ ซึ่งนอกจากจะมีลูกค้าเป็นผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำแล้ว บริษัทยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดด้านคลัทช์มอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลกอีกด้วย
ทางบริษัท FCC ทั้งในกลุ่มบริษัทและฐานการผลิตในต่างประเทศได้ดำเนินการเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดขยะอุตสาหกรรมและป้องกันมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทในเครือสาขาประเทศไทยได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ในโรงงานที่อมตะ (เมื่อพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2567) และโรงงานที่ลาดกระบัง (ธันวาคม ปีพ.ศ. 2567) ซึ่งหลังจากเปรียบเทียบบริการกับบริษัทอื่นแล้ว บริษัท FCC ได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการเช่าระบบโซลาร์เซลล์จาก ITC ENEX
【เหตุผลที่เลือกใช้บริการของ ITC ENEX】
"เราค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ ITC ENEX ทางออนไลน์และหลังจากเปรียบเทียบและประเมินบริษัททั้งหมด 8 แห่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน เราจึงเลือก ITC ENEX เพราะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิตพลังงานรายปีและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายปี สำหรับรูปแบบการลงทุน เราได้พิจารณาทั้งการลงทุนด้วยตนเองและรูปแบบ PPA แต่สุดท้ายเราตัดสินใจเลือกใช้บริการเช่าเพื่อช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นพร้อมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ BOI ด้วย" คุณ Sakurai จากบริษัท FCC (Thailand) กล่าว
อ้างอิง:
การผลิตไฟฟ้าระบบโซลาร์เซลล์สำหรับองค์กรในประเทศไทย | เปรียบเทียบระหว่างรูปแบบการเช่า, รูปแบบ PPA และรูปแบบลงทุนเอง
ปัจจุบันพลังงานโซลาร์เซลล์สามารถตอบสนองความต้องการไฟฟ้าได้มากถึง 45% จนนำไปสู่ค่าไฟฟ้าที่ลดลง
ในกรณีของ FCC (Thailand) ได้ใช้สถานที่ในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นติดตั้งที่หลังคาโรงงาน ซึ่งนับตั้งแต่ใช้งานทั้งที่โรงงานอมตะและลาดกระบัง สามารถผลิตไฟฟ้าได้เกินจากปริมาณการจำลองก่อนใช้งานจริง
โดยโรงงานที่อมตะมีแผนที่จะขยายการผลิตในอนาคตเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จึงได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ทำให้สามารถครอบคลุมความต้องการไฟฟ้าได้มากกว่าร้อยละ 40 และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมาก
▲ โรงงานที่อมตะ ซึ่งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์กำลังผลิต: 897.12kW
อัตราการผลิตโซลาร์เซลล์ต่อความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมของโรงงานอมตะ (ที่ใช้จริง)
▲ รายงานประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ของโรงงานที่อมตะ
เนื่องจากความต้องการไฟฟ้าของโรงงานในลาดกระบังมีสูง จึงมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่หลังคาโรงงานและหลังคาลานจอดรถ ซึ่งจากประสิทธิภาพที่ได้รับ พบว่า ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานในโรงงานเมื่อเทียบกับตอนที่สร้างแบบจำลอง อีกทั้ง ในประเทศไทยยังไม่มีระบบที่ให้บริษัทไฟฟ้าซื้อพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนเกินได้ จึงทำให้การออกแบบระบบที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้งานเป็นสิ่งที่สำคัญ
▲ โรงงานที่ลาดกระบัง แผงโซลาร์เซลล์กำลังผลิต: 1,088.64kW
อัตราผลผลิตจริงเทียบกับแผนจำลองของโรงงานลาดกระบัง
ธันวาคม : 112%
มกราคม : 116%
กุมภาพันธ์ : 108%
คุณภาพของบริการที่เชื่อถือได้ด้วยการใช้งานมากกว่า 10 ปี
เหตุผลที่เลือกใช้บริการ ITC ENEX เพราะไม่มีต้นทุนเริ่มต้นและมีข้อมูลเชิงตัวเลขที่ชัดเจน เช่น ปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ ซึ่งคุณ Sakurai จาก FCC กล่าวว่า เขามั่นใจในโครงสร้างและการดูแลของบริการมากยิ่งขึ้นหลังจากโครงการเริ่มต้น
【บริการจาก ITC ENEX】

"เรามีการประชุมหลายครั้งก่อนที่การก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ โดยทาง ITC ENEX ได้อธิบายความคืบหน้างานอย่างละเอียดในแต่ละขั้นตอน ทำให้เรามั่นใจในกระบวนการดำเนินงาน เมื่อถึงขั้นตอนตรวจสอบตำแหน่งการติดตั้ง ทีมงาน ITC ENEX ได้แนะนำให้เราซ่อมแซมบริเวณหลังคาล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมของอาคารก่อนการติดตั้งจริง หากไม่มีคำแนะนำนี้ เราอาจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์โดยไม่ทราบถึงปัญหาที่อาจตามมา และอาจต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการซ่อมแซมภายหลัง อีกทั้ง ทีมงาน ITC ENEX ยังติดตามความเรียบร้อยของงานอย่างละเอียด แม้ในส่วนที่ไม่รวมอยู่ในบริการเช่าและถึงแม้จะมีการซ่อมแซมหลังคาเพิ่มเติม ทีมงานก็สามารถดำเนินงานติดตั้งได้เสร็จตามกำหนดเวลา" คุณ Sakurai จาก FCC (Thailand) กล่าว
อีกทั้ง เมื่อพูดถึงการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ สิ่งสำคัญ คือ ต้องเลือกบริษัทที่สามารถไว้วางใจและทำธุรกิจด้วยได้ในระยะยาว ซึ่งในกรณีของ FCC Thailand นั้น พวกเขาได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จนเต็มจำนวนที่สามารถติดตั้งได้แล้ว ดังนั้น นอกจากการให้บริการหลังการขายสำหรับระบบที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันแล้ว FCC Thailand ยังต้องการทำงานร่วมกับ ITC ENEX เพื่อส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานสำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจากระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเช่นกัน
▲ พนักงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมดจาก FCC Thailand และ ITC ENEX
【ได้รับความร่วมมือจาก】
FCC (THAILAND) CO., LTD.
Akihisa Sakurai
Senior Manager Production
หากกำลังพิจารณาใช้งานระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และบริการให้เช่าในประเทศไทย สามารถติดต่อเราได้โดยใช้แบบฟอร์มด้านล่างนี้