คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

[Service] Q. โมเดล PPA และระบบเช่า (Rental) ไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นจริงหรือไม่?
A.
ใช่ครับ องค์กรของท่านไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (CAPEX) หรือค่าใช้จ่ายในการติดตั้งใด ๆ ทั้งสิ้น บริษัทของเราจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบระบบ การจัดหาอุปกรณ์และฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงการเข้าดำเนินงานก่อสร้าง ตลอดจนการดูแลบำรุงรักษาในระยะยาว
[Service] Q. โมเดล PPA และระบบเช่า (Rental) มีข้อแตกต่างที่สำคัญอย่างไร?
A.
ข้อแตกต่างที่สำคัญจะอยู่ที่โครงสร้างการชำระค่าบริการรายเดือนและการบันทึกบัญชีครับ ภายใต้โมเดล PPA ค่าบริการจะแปรผันตามปริมาณหน่วยไฟฟ้า (kWh) ที่ระบบผลิตได้และมีการใช้งานจริง ในทางกลับกัน ระบบเช่า (Rental) จะมีลักษณะเป็นค่าเช่ารายเดือนแบบคงที่ ทำให้สามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ โมเดล PPA ยังตอบโจทย์ได้อย่างดียิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการบันทึกบัญชีนอกงบดุล (Off-balance sheet) ในขณะที่ระบบเช่าจะช่วยให้การบริหารจัดการงบประมาณเป็นไปได้อย่างง่ายดายภายใต้โครงสร้างการบันทึกบัญชีในงบดุล (On-balance sheet)
[Service] Q. หากเกิดกรณีอุปกรณ์ชำรุดเสียหายระหว่างอายุสัญญา ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง?
A.
สำหรับโมเดล PPA และระบบเช่า (Rental) บริษัทของเราจะเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยบริการระบบเฝ้าติดตามระยะไกล (Remote Monitoring) เรามีการตรวจสอบทางเทคนิคอย่างเข้มงวดกับฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์สำคัญทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างรองรับแผง (Mounting Structures), แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Panels), กล่องต่อสายไฟ (Junction Boxes), อินเวอร์เตอร์ (Inverters) รวมถึงกล่องรวมสัญญาณไฟระบบ DC/AC (DC/AC Combiner Boxes) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้อย่างราบรื่น ไร้ความผิดปกติ และไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ต่อธุรกิจขององค์กรท่าน
[Service] Q. ข้อดีหลักของโมเดลลงทุนเอง (บริษัทเป็นเจ้าของสินทรัพย์ / Self-Investment) คืออะไร?
A.
ข้อดีที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือการเพิ่มผลตอบแทนทางการเงินในระยะยาว (ROI) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แม้ว่าโมเดลนี้จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้น แต่ไฟฟ้าทั้งหมดที่ระบบผลิตได้จะสามารถนำมาใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้อย่างมหาศาล และปลดล็อกผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุดให้กับองค์กรของท่านอย่างต่อเนื่องในอนาคต
[General] Q. การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ส่งผลดีต่อการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กรเราอย่างไร?
A.
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจะช่วยรับประกันการลดการปล่อยคาร์บอนในทุกกระบวนการดำเนินงานขององค์กรท่านได้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุข้อกำหนดด้านการลดคาร์บอนที่เข้มงวดจากพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างราบรื่นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับการยกระดับผลประเมินในระดับสากลอย่าง CDP รวมถึงการได้รับการยอมรับในฐานะองค์กรที่มีการดำเนินกลยุทธ์การลงทุนที่คำนึงถึง ESG อีกด้วย
[Installation] Q. เรามีความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงเชิงโครงสร้างหรืออายุการใช้งานของหลังคา ทางบริษัทจะมีการตรวจสอบล่วงหน้าก่อนหรือไม่?
A.
ใช่ครับ เรามีการตรวจสอบและประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างหลังคาในพื้นที่จริงอย่างเข้มงวด โดยวิศวกรโยธาที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (มีสามัญวิศวกร/ภาคีวิศวกรรับรอง) ก่อนการติดตั้งใด ๆ ทั้งสิ้น เราจะประเมินขีดความสามารถในการรองรับน้ำหนักของหลังคาอย่างละเอียดเมื่อเทียบกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของแผงโซลาร์เซลล์และโครงสร้างรองรับ (Mounting Frames) โดยคำนึงถึงกฎหมายควบคุมอาคารของประเทศไทยและดัชนีความเสี่ยงจากแรงลม (Wind Load) หากพบว่าจำเป็นต้องมีการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง เราพร้อมนำเสนอโซลูชันการปรับปรุงโครงสร้าง (Retrofitting) ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดให้สอดคล้องกับอาคารหรือโรงงานของท่าน
[Installation] Q. เราจำเป็นต้องหยุดการดำเนินงานของโรงงานระหว่างช่วงเวลาการก่อสร้างและติดตั้งหรือไม่?
A.
ไม่จำเป็นครับ โดยหลักการแล้ว การติดตั้งสามารถดำเนินการได้โดยไม่รบกวนการดำเนินงานประจำวันของโรงงานท่าน การขนส่งวัสดุรวมถึงการติดตั้งโครงสร้างรองรับและแผงโซลาร์เซลล์จะถูกดำเนินการภายในพื้นที่จำกัดที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานของท่านจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการดับไฟตามกำหนดการเป็นเวลาสั้น ๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงในช่วงขั้นตอนสุดท้ายของการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Tie-in works) ซึ่งเราจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของท่านเพื่อจัดตารางเวลานี้ในช่วงวันที่ไม่มีการผลิต วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงกะกลางคืน เพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจของท่านให้เหลือน้อยที่สุด
[Quotation] Q. ต้องใช้ข้อมูลหรือเอกสารใดบ้างในการขอรับการจำลองผลประหยัดค่าไฟ (Simulation) และใบเสนอราคาเบื้องต้น?
A.
เราสามารถจัดทำแบบจำลองที่ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กรท่านได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำสูง โดยใช้ข้อมูลดังต่อไปนี้: ・ข้อมูล AMR ย้อนหลัง 12 เดือน (ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าที่บันทึกทุก ๆ 15 นาที) ・บิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนย้อนหลัง 12 เดือน (※หากมีข้อมูล AMR แล้ว สามารถใช้บิลค่าไฟเพียงเดือนล่าสุดเดือนเดียวได้) ・ปฏิทินการทำงานหรือปฏิทินโรงงานของบริษัทท่าน (※ไม่จำเป็นต้องใช้หากมีการส่งมอบข้อมูล AMR แล้ว) จากข้อมูลที่ได้รับเหล่านี้ เราจะนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเฉพาะรูปแบบขององค์กรท่านอย่างละเอียด เพื่อประเมินขนาดกำลังการผลิตของระบบที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงคาดการณ์ผลประหยัดที่น่าจะได้รับ ทั้งนี้ การจัดหาข้อมูล AMR จะช่วยให้เราสามารถส่งมอบผลการจำลองที่มีความแม่นยำสูงและตรงกับความเป็นจริงสอดคล้องกับอาคารหรือโรงงานของท่านมากที่สุด
[Quotation] Q. มีขั้นตอนอย่างไรบ้างระหว่างการประเมินราคาเบื้องต้นกับการจัดทำใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการขั้นสุดท้าย?
A.
หลังจากขั้นตอนการประเมินราคาเบื้องต้น เราจะดำเนินการสำรวจพื้นที่จริงอย่างละเอียดก่อนที่จะสรุปข้อเสนอและใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการ การประเมินราคาในกลุ่มแรกจะเป็นการคาดการณ์ตัวเลขทางทฤษฎีของกำลังการผลิตไฟฟ้าและผลประหยัดทางการเงิน โดยวิเคราะห์จากข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและแบบแปลนอาคารของท่าน จากนั้นทีมวิศวกรของเราจะเข้าสำรวจหน้างานอย่างเต็มรูปแบบเพื่อประเมินสภาพหลังคา ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ปัจจัยเรื่องร่มเงา รวมถึงแนวการเดินสายไฟระบบ AC/DC ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าการออกแบบขั้นสุดท้ายและใบเสนอราคาของเรามีความแม่นยำสูงและสามารถนำไปปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
[Quotation] Q. หลังจากขอใบเสนอราคาแล้ว จะใช้เวลานานเท่าใดจึงจะได้รับผลการจำลองประหยัดค่าไฟ (Simulation)?
A.
โดยทั่วไปเราจะส่งมอบผลการจำลองเบื้องต้นให้แก่ท่านภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากได้รับเอกสารที่จำเป็นครบถ้วน ที่ ITC ENEX (Thailand) เราให้ความสำคัญกับความรวดเร็วเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กรท่าน เพื่อให้มั่นใจว่าท่านจะได้รับข้อเสนอที่ออกแบบเฉพาะตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นผลประโยชน์ทางด้านการเงินและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน
[Quotation] Q. หลังจากเสร็จสิ้นการสำรวจพื้นที่แล้ว จะใช้เวลานานเท่าใดจึงจะได้รับข้อเสนอและใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการขั้นสุดท้าย?
A.
โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 เดือน (ประมาณ 4 ถึง 8 สัปดาห์) ทีมวิศวกรของเราจะดำเนินการออกแบบระบบเชิงสถาปัตยกรรมอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการเลือกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมที่สุด โดยวิเคราะห์จากข้อมูลความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา แนวการเดินสายไฟจริง และข้อมูลความเข้มของแสงอาทิตย์เฉพาะพื้นที่ที่รวบรวมได้ระหว่างการสำรวจหน้างาน

นโยบายความเป็นส่วนตัว

We use cookies and similar technologies to provide, protect, and improve our services. By clicking "Accept", you consent to our use of cookies and data collection as described in our Privacy Policy.

This includes:

  • Essential cookies for website functionality
  • Analytics cookies to understand how you use our site
  • Marketing cookies to provide personalized content

You can change your cookie preferences at any time by visiting our Privacy Policy page.